วันอาทิตย์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

5 อาการรถพังที่ซ่อมเองได้

5 เคล็ดลับซ่อม “รถ” ด้วยตัวเอง ง่ายทำได้ชัวร์! 



บางครั้งรถสุดรักก็มาพังระหว่างทางเพราะสารพัดปัญหาที่เกิดขึ้นแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย เอาไปซ่อมก็ยังไม่มีเวลา อยากซ่อมเองแต่ไม่รู้จะทำยังไง ใครอยากรู้เตรียมตัวให้พร้อม เราได้รวบรวม 5 เคล็ดลับมาให้แล้วครับ ตามมาดูกันเลย

ซ่อมรอยบุบ รอยยุบ



ส่วนใหญ่รอยบุบรอยยุบพบเห็นได้บ่อยอยู่ 2 บริเวณ นั่นคือบริเวณตัวถังและกันชน ซึ่งมีวิธีการซ่อมที่แตกต่างกัน ดังนี้
- รอยยุบในส่วนของตัวถัง อุปกรณ์ที่ต้องใช้คือ น้ำเดือดและที่ดูดส้วม...อ่านไม่ผิดหรอกครับ ที่ดูดส้วมจริงๆ สำหรับขั้นตอนคือ ราดน้ำเดือดลงไปที่รอยยุบและนำที่ดูดส้วมกดลงไปเบาๆให้แนบสนิทแล้วดึงออก เท่านี้รอยยุบก็หายไปแล้วครับ
- รอยยุบที่ส่วนกันชน อุปกรณ์ที่ต้องใช้คือ ไดร์เป่าผมหรือน้ำเดือดและมือของคุณเอง ขั้นตอนคือราดน้ำเดือดหรือใช้ไดร์เป่าผมเป่าบริเวณรอยยุบ แล้วใช้มือดันออกมาให้คืนทรงครับ

    สำหรับ 2 วิธีนี้ในบางกรณีอาจจะยังเหลือร่องรอยเล็กน้อยและจะทำให้พลาสติกบริเวณกันชนหรือตัวถังบางลง จึงไม่แนะนำให้ทำบ่อยครับ

ซ่อมหม้อน้ำรั่วแบบ “ฉุกเฉิน”



 หม้อน้ำรั่ว ขอแบ่งเป็น 2 กรณี คือบริเวณด้านบนที่เรามองเห็นได้และบริเวณตรงกลางที่ต้องถอดออกมาตรวจสอบ วันนี้ จะมาสอนวิธีการซ่อมหม้อน้ำรั่วบริเวณด้านบนที่เรามองเห็นได้เท่านั้นนะครับ โดยเริ่มต้นจากการตรวจสอบที่มาของรอยรั่ว โดยสตาร์ทรถจนเครื่องอุ่น เพราะจะทำให้เรามองเห็นการรั่วไหลได้ทันที เมื่อพบรูรั่วให้ใช้กาวซีเมนต์ หรือที่เรียกกันว่า “ซีเมนต์เหล็ก” มาปะรูรั่วนั้นๆไว้ชั่วคราวก่อน แต่ถ้าหากเกิดการรั่วขณะเดินทางไม่สามารถหากาวซีเมนต์ได้ ให้สำรวจพื้นดินบริเวณรอบตัว หากเจอดินเหนียวให้ผสมน้ำแล้วเอามาอุดรอยรั่วแบบชั่วคราวได้ ขอย้ำว่าการซ่อมแบบนี้เฉพาะในกรณีฉุกเฉินเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยแนะนำว่า ควรรีบให้ช่างจัดการซ่อมอย่างถูกวิธีทันทีที่มีโอกาสนะครับ

แก้ไขสายพานเสียงดังเบื้องต้น



ถ้าหากสายพานของเพื่อนๆมีเสียง “อี๊ดอ๊าด” หรือ “จี๊ดๆ” สามารถแก้ไขเบื้องต้นได้หลายวิธี เช่นใช้จาระบีทาเข้าไปในส่วนของมู่เล่ย์หรือพูลเล่ย์(Pulley) เพื่อทำให้จุดเชื่อมต่อต่างๆ หรือส่วนอื่นๆทำงานได้ไหลลื่นขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถใช้สเปรย์ไล่ความชื้นฉีดพ่นไปที่บริเวณสายพานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้ดีขึ้นแต่อาจช่วยได้ในระยะสั้นเท่านั้น หากพบเจอปัญหาสายพานชำรุดหรือเสียหาย แนะนำว่าให้เปลี่ยนเส้นใหม่ไปเลยครับเพื่อความปลอดภัไม่อย่างนั้นหากสายพานเกิดขาดระหว่างขับขี่ ได้เข้าอู่ซ่อมยาวแน่นอนครับ

คืนชีพแบตเตอรี่ชั่วคราว

บ่อยครั้งก็มักเกิดปัญหาโดยไม่คาดคิดโดยเฉพาะปัญหาแบตเตอรี่หมด ที่ทำให้รถยนต์ต้องหยุดชะงัก และเป็นปัญหาที่ต้องรีบแก้ไขเฉพาะหน้า ด้วยวิธีการต่อสายพ่วงแบตเตอรี่หรือที่เรียกกันติดปากว่า “จั๊มพ์แบตเตอรี่” เพื่อให้เกิดกำลังไฟเพียงพอที่จะทำให้ระบบต่างๆ ของเครื่องยนต์ทำงานและสามารถเดินรถต่อไปได้ สิ่งที่ต้องเตรียมมีแค่สองอย่าง คือสายพ่วงแดงและดำ และรถยนต์อีกคันที่แบตเตอรี่มีไฟ




มีขั้นตอนที่ไม่ยากคือ สายแดงต่อกับขั้วบวกและสายดำหรือเขียวต่อกับขั้วลบตามลำดับตัวเลข จากนั้นสตาร์ทรถคันที่ใช้งานได้เร่งเครื่องเล็กน้อยและสตาร์ทรถคันที่แบตหมดแล้วลองเร่งเครื่องจนแน่ใจว่าเครื่องไม่ดับ จากนั้นถอดสายพ่วงหมายเลข 4-3-2-1 ตามลำดับ และที่สำคัญให้พ่วงสายแบตต่างๆให้เสร็จก่อนจะเริ่มสตาร์ทรถ และระหว่างที่พ่วงแบตห้ามให้เกิดประกายไฟโดยเด็ดขาดครับ

ซ่อมกระจกรถที่แตกหรือร้าว



ถ้ารถของเพื่อนๆมีรอยร้าวจากเศษหิน แต่ยังไม่มีเวลาไปเปลี่ยนกระจก มีวิธีแก้ไขเบื้องต้นดีๆมาฝากกันครับ อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมคือ ที่เป่าลม น้ำยาขัดสีรถ คัตเตอร์ แอลกอฮอล์ กาวตราช้าง เทปใส กระดาษทราย(เบอร์1000และ1500)
ขั้นตอน
- เริ่มจากทำความสะอาดสิ่งสกปรกบริเวณรอยแตกของกระจก โดยการใช้ที่เป่าลมและเช็ดบริเวณรอยแตกด้วยแอลกอฮอล์ให้สะอาดเพื่อขจัดคราบไขมัน
- นำเทปใสมาติดบริเวณรอบๆ รอยแตกให้เหลือเนื้อที่กระจกน้อยที่สุดและเหลือแค่พื้นที่ตรงรอยแตกเท่านั้น
- นำกาวตราช้างมาหยอดตรงรอยแตกให้ล้นออกมาเล็กน้อยและรอจนกว่ากาวจะแห้งไปเอง จากนั้นให้เอาคัตเตอร์ขูดเนื้อกาวที่เกินออก
- นำกระดาษทรายเบอร์ 1,000 จุ่มน้ำและขัดตรงบริเวณที่หยอดกาว หลังจากนั้นขัดตามด้วยเบอร์ 1,500 จนเนื้อเรียบเนียนแล้วแกะเทปใสออกได้เลย
- ขั้นตอนสุดท้าย ใช้น้ำยาขัดสี ขัดบริเวณที่เราซ่อมให้เนียนเหมือนใหม่เป็นอันเสร็จครับ
    แค่นี้เพื่อนๆก็ได้กระจกที่เหมือนใหม่แล้วครับ แต่วิธีนี้ซ่อมได้เฉพาะรอยแตกเล็กๆเท่านั้นถ้าเป็นรอยใหญ่ แนะนำให้นำรถไปเปลี่ยนกระจกใหม่นะครับ

    วิธีที่แนะนำไปทั้งหมดเป็นวิธีการซ่อมเบื้องต้นแบบง่ายๆเท่านั้น แต่ถ้าเราไม่มั่นใจในฝีมือของเราแนะนำให้พารถสุดที่รักไปซ่อมและควรทำประกันรถยนต์ชั้น 1 ป้องกันเหตุการณ์ที่คุณไม่คาดคิด

เครดิต: https://www.tqm.co.th/blog/11/612


 เปรียบเทียบราคาประกันภัยรถยนต์ถูกสุดๆ


 เช็คราคาเบี้ยประกันภัยรถยนต์ฟรี

5 Application โหลดฟรี สอบใบขับขี่ผ่านฉลุยแน่นอน

วันนี้เรามี แอปพลิเคชั่นสอบใบอนุญาตขับขี่ ดีๆมาฝากครับ 
5 App โหลดฟรี สอบใบขับขี่ผ่านฉลุย



ในปัจจุบันมาตรฐานการสอบใบขับขี่สูงกว่าแต่ก่อนมาก ซึ่งกรมขนส่งทางบกเริ่มเข้มงวดกวดขันอย่างจริงจังเพื่อป้องกันอุบัติเหตุบนท้องถนนเพิ่มขึ้นทุกปี การสอบใบขับขี่จึงยากขึ้นตามไปด้วย วันนี้พี่หมีเลยนำ 5 แอปพลิเคชั่นช่วยสอบใบขับขี่มาฝากกัน ใครกำลังจะไปสอบใบขับขี่ตามผมมาเลยครับ


1. สอบใบขับขี่ 2561 Driving Licence | iOS/Andriod



เครดิตภาพ : freapp.com

         เป็นแอปพลิเคชั่นที่ออกแบบมาเพื่อผู้ขับขี่รถยนต์และรถจักรยานยนต์ ภายในแอปประกอบไปด้วยข้อสอบพร้อมเฉลย คลิปสาธิตการสอบปฏิบัติ เอกสารที่ต้องใช้ในการสอบและข่าวสารยานยนต์ใหม่ๆมาอัปเดตกันอยู่เรื่อยๆด้วยครับ


2. สอบใบขับขี่ | Android


 
เครดิตภาพ : play.google.com

       เป็นแอปฝึกทำข้อสอบใบขับขี่ที่มักจะออกบ่อยๆ โดยแอปจะทำการจับเวลาและบันทึกสถิติว่าเราตอบถูกและผิดกี่ข้อ ซึ่งนับว่าเป็นตัวช่วยที่ดีสำหรับคนที่ทำข้อสอบช้านะครับ เพราะตอนสอบจริงจะมีการจับเวลาด้วย ถ้าทำไม่ทันจะเสียคะแนนข้อที่เหลือไปเปล่าๆครับ


3. iDriving | iOS

เครดิตภาพ : www.maymey.com

        เป็นแอปพลิเคชั่นเก๋ๆอีกอันหนึ่งที่พี่หมีอยากแนะนำให้รู้จัก เพราะนอกจากจะบอกวิธีการขับรถที่ถูกต้อง กฎจราจร ความรู้เครื่องยนต์เบื้องต้นแล้ว แอปนี้ยังมีการเล่าประวัติและความเป็นมาของรถยนต์ด้วย แต่น่าเสียดายเพราะว่าแอปนี้รองรับเฉพาะ iOS เท่านั้นครับ


4.  สอบใบขับขี่ 2560 | Android



เครดิตภาพ : play.google.com


        แอปนี้เหมาะมากๆสำหรับคนที่ไม่แม่นเรื่องกฎหมายและป้ายบังคับ เพราะแอปนี้ได้รวบรวมป้ายบังคับ ป้ายเตือน ป้ายจราจร รวมถึงกฎหมายรถยนต์เบื้องต้นที่ควรรู้ ซึ่งแน่นอนว่าต้องนำมาออกเป็นข้อสอบอย่างแน่นอนครับผม


5. DLT Smart Services | iOS/Android


เครดิตภาพ : www.dlt.go.th

       เป็นแอปพลิเคชั่นดีๆจากกรมขนส่งทางบกที่ออกแบบมาเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ขับขี่ทุกคน ภายในแอปจะมีตัวอย่างข้อสอบ ตำแหน่งที่ตั้งของหน่วยงานและการจองคิวอบรม ใครที่กำลังจะไปสอบใบขับขี่ก็ลองใช้แอปนี้ดูนะครับ เพราะว่าน่าจะช่วยประหยัดเวลาได้มากเลยทีเดียว
       
       เป็นยังไงกันบ้างครับกับแอปพลิเคชั่นดีๆที่นำมาฝากกันในวันนี้ ใครที่กำลังจะไปสอบใบขับขี่ก็ลองฝึกทำกันดูนะครับ จะได้ขับขี่กันอย่างถูกต้องและไม่ต้องเสียเวลาไปสอบหลายรอบ ส่วนครั้งหน้าจะมีอะไรดีๆมาฝากกันอีก ก็อย่าลืมติดตามกันด้วยนะครับ

เครดิต:https://www.tqm.co.th/blog/15/613

 เปรียบเทียบเบี้ยประกันภัยรถยนต์ ราคาถูกสุดๆ มีส่วนลดพิเศษ

ประกันภัยรถยนต์ ชั้น 1, 2+, 3+, 3 และ พรบ. รถยนต์
ประกันภัยรถยนต์
พ.ร.บ. รถยนต์
ประกันสุขภาพ








วันเสาร์ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2560

รับต่อภาษีประจำปี รถยนต์ รถจักรยานยนต์ สะดวก รวดเร็ว เชื่อถือได้ ค่าบริการเพียงแค่ 150 บาท

รับต่อภาษีประจำปีรถยนต์และรถจักรยานยนต์  
ค่าดำเนินการ เพียง 150 บาท ต่อรายการ จัดส่งฟรีทั่วประเทศ
สะดวก รวดเร็ว เชื่อถือได้

ตัวอย่างป้ายภาษีรถยนต์ สำหรับติดหน้ารถ
ถึงเวลาแล้ว ที่เราจะมาปรับเปลี่ยนรูปแบบ การต่อภาษีรถยนต์ให้สะดวกสบาย และง่ายยิ่งขึ้น สำหรับคนที่กำลังจะต่อภาษีประจำปีรถยนต์ แต่ต้องลำบากใจ ที่จะต้องเดินทางไปขนส่ง หรือ เดินทางไปที่ร้านรับต่อภาษี ซึ่งเสียทั้งเวลาในการเดินทาง เสียทั้งค่าน้ำมัน และบางครั้งยังต้องไปรอคิวนานหลายชั่วโมง 

จะสบายแค่ไหน ถ้าคุณนั่งอยู่ที่บ้าน หรือ ที่ทำงาน ก็สามารถต่อภาษีรถได้ทันทีเพียงไม่กี่นาที

ขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้

หมายเหตุ รับเฉพาะรถยนต์อายุไม่เกิน 7 ปี และ รถจักรยานยนต์ อายุไม่เกิน 5 ปี เท่านั้น


ขั้นตอนที่ 1
ส่งไฟล์ภาพ พ.ร.บ. ที่ท่านได้ทำการต่อ กับบริษัทประกันภัย เรียบร้อยแล้ว มาที่ Line ID : golf431 หรือ สแกนคิวอาร์โค้ด Add Friend ด้านล่าง    
ซื้อ พ.ร.บ.รถยนต์ออนไลน์ คลิกที่นี่
ตัวอย่าง ตารางกรมธรรม์ประกันภัย พ.ร.บ.

ขั้นตอนที่ 2
ส่ง ชื่อ-ที่อยู่ สำหรับจัดส่งป้ายภาษีให้กับท่าน ท่านจะได้รับทั้งป้ายภาษี และ ใบเสร็จรับเงินจาก กรมการขนส่งทางบก ดังนั้นจึงมั่นใจได้เลยว่า ท่านจะได้รับป้ายภาษีของแท้แน่นอน 100%

ขั้นตอนที่ 3
ชำระค่าต่อภาษีประจำปี ตามประเภทรถ/ขนาดซีซี ที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด รับต่อทั้งรถจักรยานยนต์ และ รถยนต์ หากท่านไม่ทราบจำนวนเงินภาษี สามารถให้เราตรวจสอบให้ ฟรี

ขั้นตอนที่ 4
โอนเงินชำระค่าต่อภาษีประจำปี และค่าบริการ  พร้อมแจ้งการโอนเงินผ่านทางไลน์

สำคัญ: ก่อนโอนเงินกรุณารอให้ทางเราตรวจสอบและยืนยัน จำนวนเงินภาษีก่อน เนื่องจาก อาจจะมีเงินเพิ่มหรือค่าปรับ กรณีที่มีการชำระภาษีเกินกำหนด

เห็นไหมละครับว่า เพียงไม่กี่ขั้นตอนคุณก็สามารถนั่งรอรับป้ายภาษีไปติดหน้ารถ ที่บ้านได้เลย


( สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม Line ID:golf431 โทร 0962362021 )


สั่งซื้อ พ.ร.บ. รถยนต์ ออนไลน์ มีส่วนลดพิเศษ จัดส่งฟรี!



วันอังคารที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

6 ไฟเตือนที่ต้องรู้ บนหน้าปัดบอกอะไร


Warning!
ไฟเตือนบนน้าปัดบอกอะไรบ้าง?


สิ่งแรกที่พอเราขึ้นไปนั่งที่นั่งคนขับ คือ “หน้าปัดรถ” ใช่ไหมครับ เมื่อเราบิดกุญแจ Start รถปุ๊ป สัญญาณไฟทุกดวงจะโชว์ขึ้น พอเครื่องติดแล้วก็จะดับไป หมายความว่าสัญญาณเตือนนั้นยังทำงานปกติ
....แล้วถ้าไฟตัวใดตัวนึงไม่ดับ ทำยังไงดี? ไฟเตือนนี้มีความหมายความว่าอะไร ระบบในรถของเราส่วนไหนมีปัญหา? อันตรายไหม? ต้องระวังอะไรบ้าง? ถ้าขับรถต้องรู้ไว้นะจะได้ไม่เสียเงิน เสียเวลา ฟรีๆนะ ไปดูพร้อมๆกันเลย !! 


มาตรวัดความร้อนเครื่องยนต์



  *สำคัญ เครื่องยนต์ร้อนเกินไป! มาตรวัดตัวนี้จะเป็นตัวบอกความร้อนในตัวเครื่องยนต์ โดยมีทั้งแบบเข็ม และแบบดิจิตอล แบบเข็มห้ามให้เกินครึ่ง ส่วนถ้าเป็นแบบดิจิตอลแล้วมีสัญลักษณ์นี้แสดงขึ้นมาเมื่อไหร่ ให้รีบหาที่จอดแล้วดับเครื่องเพื่อตรวจสอบปัญหาทันที เพราะแปลว่าระบบระบายความร้อนในเครื่องยนต์เริ่มมีปัญหาแล้ว อย่าปล่อยให้เครื่อง Over Heat จนดับนะ เพราะรับรองว่าจ่ายค่าซ่อมกันกระเป๋าแฟบแน่นอน 

แบตเตอรี่


    แบตไม่ได้เสื่อม! หลายคนอาจจะเข้าใจผิดว่า ถ้าไฟตัวนี้แดงขึ้นมาจะหมายความว่าแบตเตอรี่เสื่อม แต่จริงๆแล้วสัญลักษณ์นี้จะบอกอาการว่า การทำงานของไดร์ชาร์จ หรือ แหล่งกำเนิดไฟของรถมีความผิดปกติ ไม่จ่ายไฟเข้าไปเก็บที่แบตเตอรี่ หรือไม่มีการจ่ายไฟเข้าใช้งานในระบบต่างๆ ของรถยนต์ ถ้าเห็นไฟดวงนี้ ไม่ต้องตกใจ เตรียมหาที่จอดรถเพื่อติดต่ออู่ หรือศูนย์บริการได้เลย

น้ำมันเครื่อง


     *สำคัญ ไฟรูปกาน้ำมันเครื่อง ไฟดวงนี้ขึ้นเมื่อไร หาทางจอดและดับเครื่องให้เร็วที่สุดนะครับ
เพราะแรงดันน้ำมันเครื่องในเครื่องยนต์ของคุณกำลังลดลงจนเกิดปัญหาใหญ่ ให้จอดรถดับเครื่องยนต์ให้รอจนเครื่องเย็น ตรวจสอบระดับน้ำมันเครื่อง แล้วเติมให้อยู่ในระดับปกติทันที แล้วดูอีกครั้งว่าไฟดับไหม แต่ถ้าเช็คแล้วน้ำมันเครื่องไม่ขาด ให้นำรถเข้าศูนย์บริการหรืออู่เพื่อทำการตรวจสอบต่อไป ให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบจะสบายใจกว่านะครับ 

เบรก


     สัญลักษณ์เบรกนี้ แบ่งได้ 2 กรณี คือ เมื่อดึงเบรกมือ หรือลดเบรกมือยังไม่สุด สัญลักษณ์นี้ก็จะติดขึ้นมาได้ แต่ถ้าลดเบรกมือแล้วยังไม่ดับ คงต้องตรวจสอบระบบเบรกแล้วครับ ส่วนใหญ่แล้วไฟดวงนี้จะขึ้นเมื่อน้ำมันเบรกลดลงต่ำกว่าระดับปกติครับ แต่เดี๋ยวนี้รถหลายรุ่นจะแยกระบบเบรกกับเบรกมือออกจากกัน โดยระบบเบรกจะเป็นเครื่องหมายตกใจ ส่วนเบรกมือ จะเป็นตัว P ให้ลองอ่านที่คู่มือประจำรถของเพื่อนๆ ดูก่อนนะครับ

ABS


   ถ้าไฟ ABS ขึ้นแสดงว่า ระบบป้องกันล้อล็อกตายขณะเบรกของคุณมีปัญหา แต่ไม่ต้องตกใจไป  รถคุณยังขับได้ ระบบเบรกยังสามารถใช้งานได้ปกติอยู่ เพียงแต่เมื่อมีการเบรกกะทันหัน ระบบ ABS อาจจะไม่ทำงานเท่านั้นเองครับ 

เครื่องยนต์


    *สำคัญ ถ้าไฟรูปนี้ขึ้นมาแล้วไม่ดับเมื่อไหร่ แสดงว่าการทำงานของเครื่องยนต์เริ่มมีปัญหาแล้วนะครับ รีบหาที่จอดนะ เพราะตัวนี้ตัวเดียว อาจแจ้งความผิดปกติหลายอย่างที่ทำงานได้ไม่สมบูรณ์ หรือเต็มที่ ส่วนมากรถที่มีไฟเครื่องยนต์ติดขึ้นมา จะขับได้อีกแปปเดียวเท่านั้น เพราะระบบกล่องสมองของเครื่องยนต์ ได้ล็อกและใช้โปรแกรมสำรองภายใน ให้คุณได้ประคองรถเข้าศูนย์บริการ เพื่อให้ช่างหรือผู้เชี่ยวชาญเช็คนะครับ

  จริงๆแล้วยังมีไฟเตือนอีกมากมาย อาจแตกต่างกันไปแต่ละยี่ห้อ แต่ละรุ่นนะครับ ดังนั้นเพื่อนๆ ควรศึกษาและเรียนรู้ สัญญาณเตือนต่างๆ บนหน้าปัดจากคู่มือประจำรถของคุณ เพื่อจะได้ดูแลรักษารถที่คุณรักได้ อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นนะครับ นอกจากนั้นแล้วแนะนำให้เพิ่มความมั่นใจในทุกการขับขี่ด้วยการทำประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ไว้ครับ ไม่ว่าคุณจะขับรถไปที่ไหน ก็สามารถโทรหาบริษัทประกันและศูนย์บริการ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
motorexpo.co.th



วันอังคารที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2559

ต่อประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ซื้อออนไลน์ ราคาถูกสุดๆ จัดส่งฟรีทั่วประเทศ



ประกันภัยชั้น 1 เช็คราคาฟรี


      ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 เป็นประกันภัยรถยนต์แบบสมัครใจที่คุ้มครองตัวรถยนต์และผู้เอาประกันภัยรถยนต์อย่างสูงสุด บริษัทผู้รับที่ทำประกันภัยรถยนต์ชั้น1นี้จะเป็นผู้รับผิดชอบต่อตัวผู้เอาประกันและคู่กรณี รถยนต์และทรัพย์สินของผู้เอาประกันและคู่กรณีทั้งหมด โดยไม่คำนึงถึงว่าฝ่ายใดเป็นผู้กระทำความผิด ประกันภัยรถยนต์ชั้น1 นี้เหมาะสมสำหรับรถยนต์จดทะเบียนใหม่และรถยนต์ทั่วไปทุกประเภท และการทำประกันภัยรถยนต์ชั้น1สามารถทำต่อเนื่องจนถึงอายุรถสูงสุด10ปี (เงื่อนไขการรับประกันอาจแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับบริษัทผู้รับประกันแต่ละแห่ง)

ประกันชั้น 1 แสดงราคาทันที
เปรียบเทียบราคาได้กว่า 20 บริษัทชั้นนำ
มีส่วนลดพิเศษ อาจประหยัดได้เป็น พันบาท
ระบบออนไลน์ สั่งซื้อทางหน้าเว็บได้เลย
ไม่โทรขายประกันทางโทรศัพท์ เราเคารพความเป็นส่วนตัวของท่าน

ประกันชั้น 1  (เช็คราคาออนไลน์ รู้ราคาทันทีกว่า 20 บริษัท) 
ประกันชั้น 1 รถเบนซ์
ประกันชั้น 1 Low Cost ราคาประหยัด


ประกันชั้น 1 แบบประหยัด เริ่มต้น 7,xxx บาท

ให้ความคุ้มครอง เหมือนประกันชั้น 1 ทุกประการ เช่น รถชน ขีดข่วน กระจกแตก ถอยชนเสา รถหาย ไฟไหม้ น้ำท่วม แต่จะมีค่ารับผิดส่วนแรก 2,000-5,000 บาท/ครั้ง แล้วแต่แพกเกจ ความหมายคือ ถ้าต้องการเคลม โดยท่านเป็นฝ่ายผิด หรือ ไม่มีคู่กรณี ท่านต้องจ่ายเงินตามจำนวนรับผิดส่วนแรก เพื่อนำรถเข้าซ่อม

สั่งซื้อประกันภัยรถยนต์ชั้น 1แบบประหยัด

ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 "แบบประหยัด"  สามารถคุ้มครองเฉพาะรถยนต์ยี่ห้อข้างต้นเท่านั้น 


เลือกผ่อนชำระค่าเบี้ยประกันภัย สบายๆ ผ่านบัตร KTC ,บัตรเครดิต ธ.กรุงเทพ,
ซิตี้แบงค์,กรุงศรี,เซ็นทรัล,โรบินสัน,โฮมโปร


ประกันชั้น 1 ซ่อมห้าง สำหรับรถ Mercedes Benz จาก วิริยะประกันภัย เริ่มต้น 2x,xxx บาท/ปี
ประกันภัยชั้น 1 รถเบนซ์

ประกันที่คุณอาจสนใจ

ประกันภัยรถยนต์ 2 พลัส (2+)

ประกันภัยรถยนต์ 3 พลัส (3+)

ประกันภัยรถยนต์ชั้น 3


ซื้อประกันรถยนต์ชั้น 1, 2+, 3+ และชั้น 3 รับฟรี บัตรสมาชิก PrakunRod Family เพื่อรับสิทธิ์ส่วนลดร้านค้า เช่น ล้างรถ เคลือบสี ที่พัก ในราคาพิเศษสุด พร้อมกิจกรรมแจกรางวัล
ซื้อประกันรถยนต์ชั้น 1, 2+, 3+ และชั้น 3 รับฟรี บัตรสมาชิก PrakunRod Family เพื่อรับสิทธิ์ส่วนลดร้านค้า เช่น ล้างรถ เคลือบสี ที่พัก ในราคาพิเศษสุด พร้อมกิจกรรมแจกรางวัล

วันจันทร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2559

ต่อประกันภัย 2 พลัส 2+ รถยนต์ รถมอเตอร์ไซต์ ถูกสุดๆเริ่มต้นเพียง 1,800 บาทต่อปี


ประกันภัยรถยนต์ 2 พลัส(2+)
                                                            
ประกันภัยรถยนต์ประเภท 2 พลัส 2+ 

สั่งซื้อออนไลน์และเช็คราคาฟรี คลิกที่นี่ 

เช็คราคาฟรี ประกันภัย 2 พลัส

ประกันภัย 2 พลัส(2+) เป็นประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองใกล้เคียง ประกันภัยชั้น 1 มากที่สุด โดยประกันภัยประเภทนี้จะคุ้มครองเมื่อรถหายและเมื่อเกิดไฟไหม้กับตัวรถของผู้เอาประกัน และจะรับผิดชอบทั้งผู้เอาประกันและคู่กรณีเมื่อเกิดอุบัติเหตุ เฉพาะเมื่อเกิดกับคู่กรณีที่เป็นยานพาหนะ และจะต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ประกัน ณ ที่เกิดเหตุเท่านั้น (บริษัทประกันภัยจะไม่รับผิดชอบตัวรถหรือทรัพย์สินของผู้เอาประกันหากเป็นอุบัติเหตุที่ไม่มีคู่กรณี) บริษัทผู้รับประกันจะเป็นผู้รับผิดชอบต่อตัวผู้เอาประกันและคู่กรณี รถยนต์และทรัพย์สินของผู้เอาประกันและคู่กรณีตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ ซึ่งจะรับชดใช้โดยไม่คำนึงถึงว่าฝ่ายใดเป็นผู้กระทำความผิด ประกันภัยรถยนต์ประเภทนี้เหมาะสมสำหรับรถยนต์ทุกประเภท และสำหรับผู้ที่ต้องการความคุ้มครองสูงแต่ไม่ต้องการชำระเบี้ยประกันภัยประเภท 1 ซึ่งมีราคาสูง

เนื่องจาก ประกันภัย ประเภทนี้เป็น ประกันภัยภาคสมัครใจ ผู้ทำประกันสามารถเลือกวงเงินความคุ้มครองได้ตามต้องการ และอัตราเบี้ยสำหรับประกันภัยขึ้นอยู่กับความคุ้มครองผู้ทำประกันเลือก (บริษัทประกันภัยจะพิจารณาทุนประกันไม่เกิน 80% ราคาประเมินของรถยนต์ที่ต้องการทำประกัน) ผู้ที่ต้องการทำประกันภัยประเภทนี้ควรศึกษาเงื่อนไขและความคุ้มครองต่างๆ อย่างถี่ถ้วน เพื่อให้ได้ความคุ้มครองตามที่ต้องการ


ประกัน 2 พลัส(2+) กับ ประกัน 3 พลัส(3+) คุ้มครองอะไรบ้าง ต่างกันอย่างไร และควรทำแบบไหนดี

ประกัน 2 พลัส (ประกัน 2 บวก, 2+) และ ประกัน 3 พลัส (ประกัน 3 บวก, 3+) มีความคุ้มครองในส่วนที่เหมือนกันดังนี้
  • คุ้มครองความเสียหายต่อบุคคลภายนอก (ผู้บาดเจ็บ เสียชีวิต)
  • คุ้มครองทรัพย์สินบุคคลภายนอก เช่น รถของคู่กรณี เสาไฟฟ้า
  • คุ้มครองความเสียหายของรถคันเอาประกัน ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุชนกับยานพาหนะทางบก รวมถึงรถไฟ และรถพ่วง
  • คุ้มครองผู้ขับขี่ และผู้โดยสารในรถคันเอาประกัน กรณีบาดเจ็บ เสียชีวิต
  • มีวงเงินประกันตัวผู้ขับขี่ หากเกิดอุบัติเหตุเป็นคดีอาญา
จุดแตกต่างอย่างเดียว คือ ประกัน 2 พลัส(2+) ให้ความคุ้มครองกรณีรถหาย และไฟไหม้ด้วย 

ดังนั้น ในการเลือกทำประกันระหว่าง 2 พลัส (2+) กับ ประกัน 3 พลัส (3+) ประเด็นที่ควรพิจารณาคือ รถของเรามีความเสี่ยงต่อไฟไหม้ หรือการถูกโจรกรรมมากน้อยเพียงใด เช่น รถติดแก๊ส มีความเสี่ยงต่อการไฟไหม้ ก็ควรเลือกทำประกัน 2 พลัส(2+) แต่ถ้าหากรถไม่ได้ติดแก๊ส และมีที่จอดรถในบ้าน หรือที่ๆ มีการดูแลรักษาความปลอดภัยดี ก็อาจพิจารณาทำประกัน 3 พลัส(3+) แทนได้ 

ทั้งนี้ราคาประกัน 2 พลัส(2+) และ 3 พลัส(3+) จากบริษัทเดียวกัน ที่วงเงินความคุ้มครองเท่ากัน ราคาอาจต่างกันประมาณพันกว่าบาท ดังนั้น ถ้าหากมองว่าเงินส่วนต่างนี้เป็นจำนวนไม่มาก อยากซื้อความสบายใจ ได้ความคุ้มครองมากกว่า ก็ทำประกัน 2 พลัส(2+) ได้เช่นกัน


วันอาทิตย์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2559

คำศัพท์ที่ควรรู้เกี่ยวกับประกันภัย


คำศัพท์ที่ควรรู้เกี่ยวกับประกันภัย
ภัย , การเสี่ยงภัย (RISK)

ในการประกันภัย หมายถึง

  1. สิ่งที่เอาประกันภัย เช่น อาคาร รถยนต์ ตัวบุคคล ความรับผิดของบุคคล
  2. ความไม่แน่นอนจากผลลัพธ์ของเหตุการณ์
  3. ความเป็นไปได้ของความสูญเสีย
  4. เหตุการณ์ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายที่การประกันภัยให้ความคุ้มครอง เช่น ไฟไหม้ น้ำท่วม ภยันตราย

วินาศภัย

ความเสียหายใดๆ ซึ่งจะพึงประมาณเป็นเงินได้ และยังรวมถึงความสูญเสียในสิทธิ, ผลประโยชน์หรือรายได้ด้วย

คำขอเอาประกันภัย (Application Form)

ใบคำขอเอาประกันภัยเป็นเอกสารสำคัญที่ทำขึ้นเพื่อแสดงความประสงค์ว่าจะเอาประกันภัย อย่างใดอย่างหนึ่งไว้กับผู้รับประกันภัย ผู้เอาประกันภัยมีหน้าที่ที่จะต้องเปิดเผยความจริง (Disclosure) โดยไม่ต้องรอให้ผู้รับประกันภัย สอบถามและหากมีข้อความสอบถามใดๆ ผู้เอาประกันภัยจะต้องตอบตามความจริงทั้งหมด (Representation) มิฉะนั้นสัญญาประกันภัย อาจตกเป็นโมฆียะ ซึ่งผู้รับประกันภัยสามารถบอกเลิกได้

กรมธรรม์ (Policy)

เอกสารซึ่งออกโดยผู้รับประกันภัย (The insurer) โดยมีข้อความตรงกับความประสงค์ในใบคำขอ เพื่อใช้เป็นหลักฐานต่อไปซึ่ง ระบุถึงสาระสำคัญของข้อตกลง เงื่อนไข และความคุ้มครองตามสัญญาประกันภัย

ผู้รับประกันภัย (The Insurer)

คู่สัญญาประกันภัย (โดยทั่วไปคือบริษัทประกันภัย) ที่ได้รับใบอนุญาตตามกฎหมายจากกรมการประกันภัย กระทรวงพาณิชย์ ผู้รับประกันภัยมีสิทธิในการรับเบี้ยประกันภัย และมีหน้าที่พิจารณารับประกันภัย ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเมื่อเกิดวินาศภัยขึ้นตามที่ระบุไว้ในสัญญา ในการชดใช้นั้น อาจชดใช้เป็นเงินสด การซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพเดิม หรือการหาของชิ้นใหม่มาแทนที่ได้รับความเสียหายก็ได้

ผู้เอาประกันภัย (The Insured)

คู่สัญญาประกันภัยซึ่งมีหน้าที่เปิดเผยข้อความจริงต่อผู้รับประกันภัย ตลอดจนมีหน้าที่ชำระเบี้ย ประกันภัย และเมื่อเกิดความเสียหายขึ้นในส่วนที่เอาประกันภัยไว้ ผู้เอาประกันภัยก็มีสิทธิในการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน ตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง

ค่าสินไหมทดแทน (Claim Amount)

ความเสียหายที่ผู้เอาประกันภัยเรียกร้องให้ผู้รับประกันภัยชดใช้ โดยความเสียหายดังกล่าว เป็นผลมาจากภัยตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ และมีจำนวนตามที่เสียหายจริง

เบี้ยประกันภัย (Premium)

จำนวนเงินที่ผู้เอาประกันภัยจะต้องส่งใช้ให้กับผู้รับประกันภัย เนื่องจากสัญญาประกันภัยเป็นสัญญา ต่างตอบแทน ถ้าผู้เอาประกันภัยไม่ชำระเบี้ยประกันภัย และเกิดความเสียหายขึ้น ผู้รับประกันภัยก็อาจปฏิเสธการจ่ายค่าสินไหมทดแทน ได้ จนกว่าผู้เอาประกันภัยจะชำระเบี้ยประกันภัยตามหน้าที่ของตน

ทุนเอาประกันภัยหรือจำนวนเงินที่เอาประกันภัย (Sum Insured)

จำนวนเงินสูงสุดที่ผู้รับประกันภัยจะต้องชดใช้ เมื่อมีความเสียหายเกิดขึ้นตามสัญญา

ผู้รับประโยชน์ (The Beneficiary)

เป็นบุคคลภายนอกสัญญาที่มีสิทธิเข้ารับประโยชน์ในค่าสินไหมทดแทน ทั้งนี้ ผู้รับประโยชน์อาจ เป็นบุคคลเดียวกับผู้เอาประกันภัยก็ได้ ในกรณีที่เป็นต่างบุคคล เมื่อมีผู้รับประโยชน์ตามกรมธรรม์แล้ว ผู้เอาประกันภัยจะไม่มีสิทธิ รับค่าสินไหมทดแทนอีกต่อไป

โมฆียะ

การเกิดความบกพร่องในการทำสัญญาเช่น ไม่ระบุความจริง ซึ่งจะมีผลให้สัญญานั้นไม่เกิดขึ้น และไม่สามารถนำมาใช้ได้

ค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible)

ค่าใช้จ่ายในส่วนที่ผู้เอาประกันภัย (The insured) ต้องรับผิดชอบเองในความเสียหายที่เกิดขึ้นแต่ละครั้ง เช่นหากกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ของคุณ มีการกำหนดความเสียหายส่วนแรกไว้ที่ 2,000 บาท/ครั้ง ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุขึ้นในแต่ละครั้ง หากความเสียหาย เท่ากับ 2,000 บาท หรือน้อยกว่า คุณจะไม่ได้รับการชดเชยจากทางบริษัทประกันภัย หากแต่คุณจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบเอง หากความเสียหายมากกว่า 2,000 บาทคุณจะจ่ายเพียงแค่ 2,000 บาทเท่านั้น ทั้งนี้ บริษัทประกันภัยจะเป็นผู้รับผิดชอบส่วนที่เพิ่มขึ้นเอง ค่าเสียหายส่วนแรกจะมีส่วนในการทำให้มูลค่าเบี้ยประกันภัยของคุณลดลงได้ตามจำนวนที่ระบุ ทั้งนี้ ค่าเสียหายส่วนแรก ส่วนหนึ่งมีขึ้นเพื่อให้ผู้เอาประกันภัยมีความระมัดระวังมากขึ้น (เพราะการเกิดอุบัติเหตุและความเสียหายขึ้นนั้น ย่อมหมายถึงการเสียค่าเสียหายส่วนแรกด้วย)

หนังสือคุ้มครองชั่วคราว (COVERED- NOTE)

เอกสารที่บริษัทประกันภัยออกให้กับผู้เอาประกันภัย เพื่อตกลงให้ความคุ้มครองชั่วคราวและผลคุ้มครองจะสิ้นสุดลงเมื่อบริษัทออกกรมธรรม์ ให้แล้วหรือครบระยะเวลาคุ้มครองตามที่ระบุไว้ ในหนังสือหรือบริษัทปฏิเสธการรับประกันภัย

การต่ออายุ (RENEWAL)

การดำเนินการเพื่อให้กรมธรรม์มีผลบังคับต่อเนื่องสืบไปจากวันที่กรมธรรม์สิ้นผลบังคับ

วันเสาร์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2559

ความแตกต่าง ซ่อมห้าง กับ ซ่อมอู่ ตอนเคลมประกันรถยนต์


สำหรับหลายๆ คนที่ทำประกันชั้น 1 เวลามีให้เลือกว่าเราอยากจะเอารถของเราเข้าซ่อมที่ไหนเวลา “เคลมประกันรถยนต์“ ระหว่าง “ซ่อมห้าง” หรือ “ซ่อมอู่” นั้น หลายๆ คนอาจจะงง ว่าแล้วมันต่างกันอย่างไร และเราควรเลือกแบบไหน? วันนี้ขอนำคำตอบมาฝากกัน!

“ซ่อมห้าง“

ซ่อมห้าง หรือ เรียกอีกอย่างว่า “ซ่อมศูนย์” นั้น คือการซ่อมที่ศูนย์รถยนต์ของยี่ห้อที่รถมา ซึ่งปกติก็จะเป็นศูนย์ที่เราออกรถนั่นเอง

ข้อดีของการซ่อมห้าง
  • หากรถคุณเป็นรถรุ่นใหม่ๆ ซ่อมห้าง จะมีอะไหล่ใหม่รับรองให้คุณมากกว่า ขระที่ซ่อมอู่ อาจจะหาอะไหล่ไม่ได้ และต้องรอสั่ง
  • อะไหล่ที่ได้ เป็นของแท้แน่นอน อุ่นใจ เพราะสั่งตรงจากโรงงานรถยนต์ของยี่ห้อของคุณ
  • หากรถคุณมีปัญหาเฉพาะภายในเครื่องยนต์ อู่ศูนย์จะเชื่อใจได้มาก เพราะจะมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะประจำอยู่
  • งานส่วนมากจะเนี้ยบ ได้มาตรฐาน

ข้อเสียของการซ่อมห้าง

  • ราคาแพงกว่า และหากคุณเลือกซ่อมอู่ แต่พอเอาเข้าจริง ต้องการซ่อมห้าง คุณต้องจ่าย “ค่าเสียส่วนต่าง” เพิ่มด้วย
  • ระยะเวลานานกว่ามาก ตั้งแต่การรอคิวที่นานมาก และการซ่อมก็ใช้เวลานานกว่า
  • บางจังหวัด บางสถานที่ ก็ไม่มีศูนย์บริการ จึงอาจมีปัญหาที่การเข้าถึง

ซ่อมอู่

ก่อนอื่น คุณควรทำความเข้าใจก่อนว่า ซ่อมอู่ก็แยกเป็น 2 อย่างคือ อู่นอกเครือของบริษัทประกันรถยนต์ และอู่ในเครือของบริษัทประกันระยนต์ ซึ่งความแตกต่างของ 2 อันนี้ ที่หลักๆ ก็คือ อู่ในเครือ คุณไม่ต้องสำรองเงินออกไปก่อน เพียงแค่คุณต้องเช็คให้ดีว่า อู่นี้คืออู่ในเครือของประกันที่คุณใช้หรือไม่ ส่วน อู่นอกเครือนั้น คุณต้องสำรองเงินออกไปก่อน หลังจากนั้นจึงนำใบเสร็จไปเคลมเงินจากประกันทีหลัง ซึ่งอาจจะไม่ได้เต็มจำนวน ส่วนข้อดี ข้อเสียของการ “ซ่อมอู่” โดยรวมของทั้ง 2 ประเภทคือ

ข้อดีของการซ่อมอู่

  • ส่วนใหญ่คนเลือกซ่อมอู่ใกล้บ้าน รู้จักกัน เพื่อนแนะนำ จึงคุยง่าย หาง่าย สะดวก
  • เบี้ยประกันรถยนต์ถูกกว่าซ่อมศูนย์มาก
  • มีตัวเลือกให้คุณเลือกเยอะ
  • ไม่ต้องรอนานเหมือนซ่อมห้าง บางที วันสองวัน คุณก็ได้รถแล้ว!


ข้อเสียของการซ่อมอู่

  • หากซ่อมเสร็จ และเกิดปัญหา ซ่อมอู่ บางทีจะไม่รับผิดชอบแก้ไขให้
  • อาจโดนโกงเรื่องอะไหล่ ใช้ของปลอม ใช้ของถูก ใช้ของใช้แล้ว อันนี้ต้องดูให้ดี ถ้าดูไม่ดี ก็แย่หน่อย
  • ถ้าเลือกร้านดี มีคนแนะนำมา งานก็อาจจะเนี้ยบ แต่ถ้าเลือกไม่ดี งานอาจจะไม่เนี้ยบก้ได้

หากต้องการเลือกประกันรถยนต์ หรือสอบถามผู้เชี่ยวชาญด้านประกันรถยนต์ เข้ามาได้เลยที่



ความหมายแต่ละสีของป้ายทะเบียนรถ




เชื่อว่าใครหลายคนคงต้องสงสัยกันบ้างว่า ทำไมป้าย ทะเบียนรถ แต่ละคันถึงไม่เหมือนกัน บางคันต่างกันที่สีสัน ความเงาของป้าย และเลข แต่รู้ไหมครับ ว่าการที่ป้ายทะเบียนมีความแตกต่างกันนั้น มันมีความหมายของมันอยู่ครับ วันนี้จะพาไปรู้จักกับความหมายของป้าย ทะเบียนรถ แต่ละประเภทในประเทศไทยครับ

1. ป้ายทะเบียนรถพื้นสีขาวสะท้อนแสง ตัวหนังสือสีดำ

หากว่าคุณเห็นป้ายพื้นสีขาวสะท้อนแสง ตัวหนังสือสีดำ นั่นหมายถึงเป็นทะเบียนสำหรับรถยนต์ที่นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 ที่นั่ง เช่น รถเก๋ง และรถยนต์ทั่วไปที่ไม่ใช่รถบรรทุก แต่หากป้ายทะเบียนรถมีพื้นสีขาวสะท้อนแสง แต่ตัวหนังสือสีน้ำเงิน จะหมายถึงรถยนต์ที่นั่งส่วนบุคคล แต่มีที่นั่งมากกว่า 7 ที่นั่ง เช่น รถตู้ เป็นต้น

2. ป้ายทะเบียนรถพื้นสีขาวสะท้อนแสง ตัวหนังสือสีเขียว

สำหรับป้ายทะเบียนที่มีพื้นสีขาว ตัวหนังสือสีเขียว นั่นหมายความว่า เป็นป้ายทะเบียนของรถบรรทุกส่วนบุคคล เช่น รถกระบะ อย่างไรก็ตาม บางคันอาจเป็นตัวหนังสือสีดำ ซึ่งหมายความว่าตอนจดทะเบียนรถ ได้จดทะเบียนเป็นรถยนต์ที่นั่งส่วนบุคคล ซึ่งถ้าหากนำรถกระบะที่มีป้ายทะเบียนเป็นตัวหนังสือสีดำไปใช้ในการบรรทุก ตำรวจก็สามารถเอาผิดได้ครับ

3. ป้ายทะเบียนรถพื้นสีเหลืองสะท้อนแสง ตัวหนังสือสีดำ

รถที่มีป้ายทะเบียนพื้นสีเหลืองสะท้อนแสง ตัวหนังสือสีดำ นั่นหมายความว่า เป็นป้ายทะเบียนสำหรับรถยนต์รับจ้าง ที่สามารถบรรทุกผู้โดยสารได้ไม่เกิน 7 คน หรือรถจักรยานยนต์รับจ้างครับ

4. ป้ายทะเบียนรถสีเหลืองสะท้อนแสง ตัวอักษรสีแดง

หากคุณพบเห็นรถที่มีป้ายทะเบียนรถสีเหลืองสะท้อนแสง ตัวอักษรสีแดง นั่นหมายความว่า เป็นป้ายทะเบียนสำหรับรถยนต์รับจ้างที่วิ่งระหว่างจังหวัดครับ

5. ป้ายทะเบียนรถสีเหลืองสะท้อนแสง ตัวอักษรสีน้ำเงิน

สำหรับรถที่มีป้ายทะเบียนรถสีเหลืองสะท้อนแสง ตัวอักษรสีน้ำเงิน หมายความว่า เป็นป้ายทะเบียนสำหรับรถยนต์รับจ้าง 4 ล้อครับ

6. ป้ายทะเบียนรถสีเหลืองสะท้อนแสง ตัวอักษรสีเขียว

รถที่มีป้ายทะเบียนรถสีเหลืองสะท้อนแสง ตัวอักษรสีเขียว นั่นหมายความว่า เป็นป้ายทะเบียนรถสำหรับรถสามล้อรับจ้างครับ

7. ป้ายทะเบียนรถสีเขียวสะท้อนแสง ตัวอักษรเป็นสีขาว/ดำ

หากคุณพบเห็นรถที่มีป้ายทะเบียนรถสีเขียวสะท้อนแสง ตัวอักษรเป็นสีขาว/ดำ นั่นหมายความว่า เป็นป้ายทะเบียนรถสำหรับรถบริการธุรกิจ รถบริการทัศนาจร และรถบริการให้เช่าครับ

8. ป้ายทะเบียนรถสีส้มสะท้อนแสง ตัวอักษรสีดำ

สำหรับรถที่มีป้ายทะเบียนรถสีส้มสะท้อนแสง ตัวอักษรเป็นสีดำ นั่นหมายความว่า เป็นป้ายทะเบียนรถสำหรับรถพ่วง รถบดถนน รถแทรกเตอร์ และรถที่ใช้ในทางเกษตรกรรมครับ

9. ป้ายทะเบียนรถเป็นสีขาว (ไม่สะท้อนแสง) ตัวอักษรเป็นสีดำ ขึ้นต้นด้วย ท

ส่วนรถที่มีป้ายทะเบียนรถเป็นสีขาว ไม่สะท้อนแสง ตัวอักษรเป็นสีดำ ขึ้นต้นด้วย ท ตามด้วยรหัสประเทศ แล้วตามด้วยขีด ต่อด้วยเลขทะเบียนรถ หมายความว่า เป็นป้ายทะเบียนรถสำหรับรถยนต์ของคณะผู้แทนทางการทูตครับ

10. ป้ายทะเบียนรถเป็นสีฟ้า ไม่สะท้อนแสง ตัวอักษรเป็นสีขาว

หากคุณพบเห็นรถที่มีป้ายทะเบียนรถเป็นสีฟ้า ไม่สะท้อนแสง ตัวอักษรเป็นสีขาว นั่นหมายความว่า เป็นป้ายทะเบียนรถสำหรับรถยนต์ของบุคคลในหน่วยงานพิเศษของสถานทูต ซึ่งจะใช้อักษร พ ของคณะผู้แทนทางกงสุล ใช้อักษร ก ถ้าเป็นส่วนทะเบียนรถขององค์การระหว่างประเทศครับ

11. ป้ายทะเบียนที่มีพื้นหลังเป็นกราฟิก

สำหรับรถที่มีป้ายทะเบียนรถเป็นพื้นหลังกราฟิก เช่น รูปเรือสุพรรณหงส์ นั่นหมายความว่า เป็นป้ายทะเบียนรถที่มีการประมูลมาครับ

12. ป้ายทะเบียนรถสีแดง

ส่วนรถที่มีป้ายทะเบียนสีแดงนั้น นั่นหมายความว่า เป็นป้ายที่ออกให้กับรถยนต์ที่ยังไม่ได้รับการจดทะเบียนตามกฎหมาย ซึ่งป้ายดังกล่าว ออกมาเพื่อให้รถคันดังกล่าวสามารถใช้งานบนถนนได้เพียงชั่วคราวเท่านั้นครับ

ได้รับความรู้กันไปนะครับ เกี่ยวกับสีป้ายทะเบียนรถต่างๆ ทั้งนี้ สีป้ายทะเบียนรถที่กล่าวมาข้างต้นนั้น เป็นไปตามกฎกระทรวงกำหนดลักษณะ ขนาด และสีของแผ่นป้ายทะเบียนรถ ปี พ.ศ. 2547 ครับ และในส่วนของป้ายจราจร หากใครยังไม่รู้ความหมาย ก็สามารถดูได้ ที่นี่ เลยครับ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก: Janthai, Manager,moneyguru.co.th


วันพฤหัสบดีที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ประกันภัยรถบิ๊กไบค์ ประกันภัยBigBike ประกันมอเตอร์ไซต์ทั่วไป

ประกันรถบิ๊กไบค์หาย

ประกันรถมอเตอร์ไซต์บิ๊กไบค์ BigBike

เอาใจขาซิ่ง Big Bike!

สิ่งที่เราสัญญากับคุณ

ง่ายและรวดเร็ว   ราคาที่คุ้มค่า   ประหยัดเวลา  ประหยัดค่าเบี้ย  ข้อเสนอที่ต้องการ
มีแผนสำหรับบิ๊กไบค์


ประเภทของประกันรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์

*ไทยวิวัฒน์*
ประเภท 3 Plus (จักรยานยนต์ ส่วนบุคคล)






คลิกสั่งซื้อประเภท 3 Plus  คลิกที่นี่ 


ขอแนะนำ ประกันสำหรับรถมอเตอร์ไซต์บิ๊กไบค์






วันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

รวมสาระน่ารู้สำหรับคนทำประกันภัยรถยนต์

เรื่อง ต้องรู้ สำหรับคนทำประกันภัยรถยนต์ 

รวบรวมคำถามที่คนทำประกันอยากรู้

ข้อมูลประกันภัยรถยนต์



ประกันภัยรถยนต์ถูกสุดๆ

ประกันภัยรถยนต์ถูกสุดๆ
ประกันภัยรถยนต์ถูกสุดๆ ซื้อออนไลน์ สะดวก ลดพิเศษ จัดส่งฟรีทั่วไทย

บัตรสมาชิก PrakunRod Family เพื่อรับสิทธิ์ส่วนลดร้านค้า

บัตรสมาชิก PrakunRod Family เพื่อรับสิทธิ์ส่วนลดร้านค้า
ซื้อประกันรถยนต์ชั้น 1, 2+, 3+ และชั้น 3 รับฟรี บัตรสมาชิก PrakunRod Family เพื่อรับสิทธิ์ส่วนลดร้านค้า เช่น ล้างรถ เคลือบสี ที่พัก ในราคาพิเศษสุด พร้อมกิจกรรมแจกรางวัล

โพสต์แนะนำ

ประกันภัยรถบิ๊กไบค์ ประกันภัยBigBike ประกันมอเตอร์ไซต์ทั่วไป

ประกันรถมอเตอร์ไซต์บิ๊กไบค์ BigBike เอาใจขาซิ่ง  Big Bike ! สิ่งที่เราสัญญากับคุณ ง่ายและรวดเร็ว     ราคาที่คุ้มค่า    ประหยัดเ...

ช่องทางชำระเงินค่าประกันภัย

ช่องทางชำระเงินค่าประกันภัย
ชำระเงินประกันสะดวกสบาย ปลอดภัย ผ่านบัตรเครดิต บัตรvisa โอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร ชำระผ่านบัญชี Paypal LINE Pay หรือ บริการผ่อนชำระผ่านบัตรเครดิต

ตัวอย่างความพอใจของลูกค้าที่มีต่อบริการของเรา